ว่าด้วยเรื่อง นักเรียนญี่ปุ่น กับ ความฝัน

สมัยเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน

บินลัดฟ้า ไปเรียนๆ เล่นๆ
และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่ประเทศญี่ปุ่นนั้น
คำถามยอดฮิต ที่ถูกเพื่อนๆชาวญี่ปุ่นถามบ่อยมาก
คำถามหนึ่งคือ “โตขึ้น(กว่านี้)ฝันอยากเป็นอะไร”

ในตอนนั้น จำได้ว่า เมื่อถามกลับ รู้สึกว่าความฝันของเพื่อนๆนั้นยิ่งใหญ่มาก มากจนทำให้รู้สึกอาย
และอยากขโมยความฝันเหล่านั้นมาเป็นความฝันของตัวเอง

…ฝันอยากเป็นนักบินอวกาศ
…ฝันอยากทำงานกับนาซ่า
…ฝันอยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ประดิษฐ์อะไรใหม่ๆให้กับโลก
…ฝันอยากเป็นหมอของUNและไปช่วยผู้ป่วยใน     ประเทศยากจนและด้อยพัฒนา
…ฝันอยากเป็นนักกีฬาโอลิมปิก และอยากได้เหรียญทอง
…ฝันอยากเป็นเจ้าของบริษัทที่มีสาขาในต่างประเทศ

เพื่อนๆเหล่านี้ คือนักเรียนชั้นม.4 สายวิทย์-คณิต ของโรงเรียนมัธยมปลายชื่อดังแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น
(Seibu Gakuen Bunri High School)
สาเหตุที่ต้องเข้าเรียนในชั้น.4 แทนที่จะเรียนตามเกณฑ์ในชั้นม.6  เพราะทางโรงเรียนเป็นห่วงว่านักเรียนไทยอาจเกิดความเครียดและความกดดัน เนื่องจากนักเรียนชั้นม.6 เป็นชั้นปีที่ต้องเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย 
(นักเรียนไทยที่หนีมาเที่ยวคนนี้ จริงๆกลับไปก็ต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยเลยเช่นกัน)

ส่วนสาเหตุที่ถูกย้ายสายการเรียน
จาก ศิลป์-ภาษา มาอยู่ วิทย์-คณิตที่นี่
ไม่ใช่เพราะจู่ๆ เซลส์สมองพัฒนาถึงขั้นสูงสุด
ทำให้มีพัฒนาการในวิชา วิทย์ คณิต ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ขึ้นมาเฉยๆ แต่เพราะ ทางโรงเรียนแน่ใจว่าเด็กห้อง วิทย์-คณิต ห้องนี้ จะสามารถเป็นตัวแทนแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่ดีงามของญี่ปุ่นได้ดีกว่าห้องอื่นๆ
ดังนั้น  การเข้าเรียนในชั้น ม.4 สายวิทย์-คณิตของญี่ปุ่น จึงเป็นแบบสมเหตุสมผล และสมยอม

ความฝันของเด็กสายวิทย์นั้นฟังดูแปลกใหม่ และยิ่งใหญ่มาก มีคำว่า อวกาศ, นาซ่า ,ยูเอ็น ,โอลิมปิก และอื่นๆอีกมากมายที่เรามักจะได้ยินเฉพาะเวลาที่อ่านหนังสือ หรือหนังสือพิมพ์ และเวลาดูหนังหรือฟังข่าวเท่านั้น

เวลาผ่านมา26ปีแล้ว
ในระหว่างนั้น
ทุกๆครั้ง ที่ได้ยินข่าว
เกี่ยวกับ การพัฒนาเทคโนโลยี การค้นพบครั้งใหม่
ก้าวใหม่ๆทางวิทยาศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์ที่ได้รับรางวัลโนเบล นักกีฬาเหรียญทองโอลิมปิกคนแรกของเอเชีย สถิติใหม่ของโลก หรือ ข่าวใดๆก็ตามที่เกี่ยวข้องกับประเทศญี่ปุ่นในลักษณะนี้  
ภาพเด็กนักเรียนชั้นม.4 กับสีหน้าและแววตาในขณะที่บอกเล่าเรื่องราวของความฝันจะผุดเข้ามาในความทรงจำอยู่เสมอ

บุคคลที่ประสบความสำเร็จในด้านต่างๆของญี่ปุ่น เมื่อถูกสัมภาษณ์ มักไม่ลืมที่จะกล่าวถึงที่มาที่ไปของความสำเร็จนั้น นั่นคือ ความฝัน 
ความฝันที่เปรียบเสมือนเพื่อนร่วมทาง คอยผลักดัน ปลอบประโลม คอยฉุดกระชาก ลากพวกเขา ให้เดินทางมาจนถึงจุดนี้

ความฝัน หรือ เป้าหมายในชีวิต
จะใช่สิ่งเดียวกันหรือไม่
มีความฝัน ทำให้มีการตั้งเป้า มีการปักหมุด
มีเพื่อนร่วมเดินทางที่ไม่มีวันหมดอายุ
เพราะความฝันที่ยังไม่เคยเป็นจริง
จะยังคงเป็นความฝันอยู่เช่นนั้น เสมอไป

26ปีที่แล้ว ในตอนที่ไม่เคยฝัน ไม่เคยปักหมุด
หรือตั้งเป้าหมายใดๆในชีวิต 
เมื่อถูกถามคำถามนี้ครั้งแรก จำได้ว่า นั่งเงียบอยู่นาน  และเมื่อได้ฟังฝันจากเพื่อนๆแต่ละคน
ยิ่งรู้สึกว่า พวกเขาฝันแบบนี้ คิดอยากทำ หรือ อยากเป็นเข่นนั้น เช่นนี้ ได้ตั้งแต่เมื่อใด
ที่สำคัญ ไม่มีใครอายที่จะบอกเล่าความฝันของตน
และไม่มีใครค้านขึ้นมาว่า ความฝันของใครเป็นเรื่องเพ้อฝันหรือไม่มีทางเป็นไปได้

พวกเขารู้ว่า
ฝันของใครก็เป็นของคนนั้น
ไม่ก้าวก่าย
ไม่ตัดสิน
ไม่สำคัญว่าใครจะมีความฝันที่จะเป็นหรือทำอะไร
สำคัญว่า
เขามีความฝัน และได้พยายามและเริ่มลงมือสร้างหนทางให้ความฝันของเขาเป็นจริงขึ้นมาบ้างแล้ว หรือไม่ อย่างไร

ญี่ปุ่น ประเทศที่กำลังจะจมใต้ทัองทะเล
เพราะเริ่มแบกรับน้ำหนักความฝันของประชากรในประเทศไม่ไหว

gaofbpdohfcppfak.png

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s