#ปัดฝุ่น 3

เมื่อเช้า  ขณะกำลังเดินผ่านหน้าร้านผัดไท
ที่อยู่แถวๆรางรถไฟ กลิ่นหอมฟุ้งของอาหาร
ที่โชยเข้าจมูก ทำให้เท้าทั้งสองข้างหยุดชะงัก
และรีบหันไปมองที่มาของกลิ่น  

แม่ค้าร้านผัดไทยิ้มให้น้อยๆ
พร้อมพูดเชิญชวนเบาๆ
“ลองชิมไหม?”
ตามองไปยังมือ ที่กำลังสาละวน
ใช้ทัพพีขนาดใหญ่สองอัน
คนกากหมูที่เริ่มเหลืองได้ที่
ในกระทะทองเหลืองใบใหญ่

ร้านผัดไท กำลังชวนให้ลูกค้าซื้อกากหมู…
อืม…แล้วจะอร่อยไหมหนอ
ในขณะที่กำลังลังเล
กลิ่นหนังหมูและมันหมูทอด
ก็โชยมากระทบจมูกเข้าอย่างจังอีกครั้ง

“ถุงละ…”
ยังถามไม่ทันเสร็จ
แม่ค้าก็ชิงตอบก่อน
“10บาท ทอดเสร็จใหม่ๆเลย”

ตกลงใจซื้อมาเพื่อลองชิม 1 ถุง
เพราะอยากรู้ว่า กากหมูจะอร่อยจริง
หรือเป็นเพียงการโฆษณาสินค้าในรูปแบบใหม่
โฆษณาชวนเชื่อด้วยกลิ่นที่หอมเกินจริง

พอขึ้นรถปิดประตูเสร็จ
ก็รีบคว้าถุงกากหมูมาแกะชิมทันที
ตั้งแต่คำแรกที่เคี้ยว จมูกก็ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ
ของหนังและมันหมูทอด

กากหมูเจ้านี้ กรอบอร่อย
เค็มนิดๆกำลังดี รสชาติและกลิ่นนั้น
เหมาะสมกัน ดังกิ่งทองใบหยก
รู้สึกดีใจที่ไม่ได้ถูกหลอกอย่างที่กังวล

ในขณะที่หยิบกากหมูชิ้นที่ 2 เข้าปากเคี้ยว
ใจนึกถึงข้าวสวยร้อนๆ
เหยาะซอสถั่วหลืองหน่อยๆในทันที

ไม่ได้การ ขืนหยิบต่อไปเรื่อยๆ
หมดถุงแน่ๆ รีบขับรถกลับบ้าน
เพื่อนำกากหมูไปประกอบอาหารเช้า

อาหารเช้าในวันนี้ คือข้าวสวยร้อนๆ
โรยหน้าด้วยกากหมูที่ทอดโดยแม่ค้าผัดไท
เหยาะหน้าด้วย ซอสถั่วเหลืองตราภูเขาทอง

20160930_091227_1475201584465.jpg

เมนูนี้ เป็นมรดกตกทอด จาก
หม่อมราชวงศ์ ถนัดศรี สวัสดิวัฒน์
ผู้สร้างตำนาน “นักชิมอาหาร” ของเมืองไทย

เมื่อหลายปีก่อนนู้น สมัยที่ยังเป็นเด็กเล็ก
มีโอกาสได้เห็น  ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัฒน์
มอบเมนูนี้ให้กับคนไทยทั้งประเทศ
ผ่านโฆษณาซอสภูเขาทอง

ภาพของชายวัยกลางคนอารมณ์ดี
ที่นั่งถือจานข้าวสวยร้อนๆ
ที่โรยหน้าด้วยกากหมู พร้อมเหยาะซอสถั่วเหลือง
ภาพที่ชายผู้นั้นตักอาหารเข้าปาก
และเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย
พร้อมทั้งพูดปิดท้ายโฆษณา
ด้วยวลีที่โด่งดังไปทั่วประเทศว่า
“เอาเสต็กมาแลกก็ไม่ยอม”
ยังประทับอยู่ในใจ ตั้งแต่เด็กจนถึงทุกวันนี้

จำได้ว่า เป็นวลีติดปาก และ โด่งดัง
ที่ใช้กันทั่วบ้านทั่วเมือง

ในสมัยนั้น สำหรับคนไทยแล้ว
การกินเสต็กยังไม่ได้เป็นที่แพร่หลาย
และสามารถหากินได้ง่ายๆ ตามราคา
และ คุณภาพเหมือนในสมัยนี้

เสต็กยังเป็นอาหารที่เป็นที่รู้จักในวงแคบ
สำหรับชนชั้นสูง หรือในแวดวงผู้มีฐานะเท่านั้น

การเชิญ ม.ร.ว. ถนัดศรี สวัสดิวัฒน์
หรือ คุณชายหมึก ซึ่งเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่า  เป็นบุคคลที่สูงศักดิ์ เกิดและใช้ชีวิตในวังจนโต
(เกิดที่วังเพชรบูรณ์ – ปัจจุบันคือศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ )
มาแนะนำวิธีทำให้ข้าวสวยกับกากหมู
อาหารพื้นๆกลายเป็นอาหารสุดวิเศษ
ด้วยการเหยาะซอสภูเขาทองลงไปนั้น
จึงเป็นแผนการโฆษณาที่ชาญฉลาด
และแยบยลยิ่งนัก

โฆษณาชิ้นนั้น ทำให้คนไทยทั้งประเทศ
ที่ชื่นชอบการกินเสต็ก รวมถึง
คนที่ไม่เคยลิ้มลองรสชาติของเสต็ก
หันมาให้ความสนใจเมนูเรียบง่าย แต่ไม่ธรรมดา
อย่างข้าวเหยาะซอสถั่วเหลืองในทันที

เพราะคุณชายหมึก
นักชิมอาหารผู้โด่งดังของยุคนั้น
ได้การันตีคุณภาพความอร่อยไว้แล้วว่า
“เอาเสต็กมาแลกก็ไม่ยอม”
.
.
.

ตอนนี้ข้าวในจานหมดไปนานแล้ว
เหลือไว้เพียงคราบจางๆของซอสถั่วเหลือง
และไออุ่นจากความทรงจำในอดีต

เป็นเรื่องดี ถ้าอิทธิพลจากโฆษณาดีๆในวัยเด็ก
จะมีผลต่อความชอบของเรา
โฆษณาดีๆที่ทำให้รู้สึกว่า
อาหารที่ทำให้เราประทับใจในความอร่อยได้นั้น
ไม่จำเป็นต้องเป็นอาหารที่หรูหรา หรือมีราคาแพง
ดั่งเช่น อาหารเช้าในวันนี้
ข้าวกับกากหมู เหยาะหน้าด้วยซอสตราภูเขาทอง
อร่อยจนใครจะเอาเสต็กมาแลกก็ไม่ยอม

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s