นิทานเรื่อง เต่ากับกระต่าย กับรายละเอียดที่หล่นหายไป

usagitokame

ณ.ป่าแห่งหนึ่ง มีกระต่ายจอมโอ่ตัวหนึ่ง
ชอบคุยโวว่าตัววิ่งเร็วกว่าใคร
วันหนึ่ง มันเห็นเต่าคลานต้วมเตี้ยมมาอย่าง
เชื่องช้า จึงเยาะเย้ย และถากถางต่างๆนานา
เต่ารู้สึกโมโห จึงท้ากระต่ายวิ่งแข่งกัน
กระต่ายรับคำท้าด้วยความขบขัน

เมื่อถึงวันแข่ง
กระต่ายออกวิ่งจากจุดเริ่มต้น
และแซงหน้าเต่าไปไกล
จนกระทั่งวิ่งไปได้ครึ่งทาง
ก็รู้สึกชะล่าใจ จึงพักใต้ต้นไม้
กระต่ายเผลอหลับไปนาน
พอตกใจตื่นขึ้นมา จึงรีบวิ่งไปที่เส้นชัย
อย่างรวดเร็ว แต่ไม่ทันเสียแล้ว
เพราะเต่าที่คลานต้วมเตี้ยมเข้าเส้นชัยไปแล้ว

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ความประมาทเป็นหนทาง
แห่งความปราชัย

เต่ากับกระต่าย นิทานของอีสป ชายนักเล่า
ชาวกรีกโบราณ ประวัติและหลักฐานเกี่ยวกับการมีตัวตนอยู่จริงของอีสปนั้นไม่แน่ชัด
ส่วนงานเขียนของเขา ยังไม่เคยมีหลักฐานปรากฎให้เห็น
อย่างชัดเจน มีเพียงเรื่องเล่าหรือนิทาน ที่เชื่อว่าเป็นของเขาถูกเล่าสืบต่อกันมาหลายศตวรรษ

เป็นไปได้ไหมว่า ในตอนแรก นิทานของเขายาวกว่านี้ รายละเอียดเยอะมากกว่านี้
แต่เนื่องจากเล่าต่อๆกันมา
ตกทอดมาหลายศตวรรษ
จึงทำให้มีบางส่วนถูกตัดทอน
หรือสูญหายไป

รายละเอียดที่หล่นหายไประหว่างเล่าต่อๆกันมาของนิทานเรื่องเต่ากับกระต่าย
ที่พอรวบรวมได้จากการสันนิษฐานของผู้เขียน มีดังนี้

1. หลังจากที่ท้าวิ่งแข่งกับกระต่ายแล้ว
เต่าก็คลานคอตกกลับบ้านด้วยความกลุ้มใจ
มันรู้สึกโมโหตัวเองที่ปากไว พูดโดยไม่คิด
2. มันรู้สึกกังวลว่า หลังจากวิ่งแข่งแล้วแพ้
นอกจากจะโดนกระต่ายเยาะเย้ยเพิ่มขึ้นแล้ว
สัตว์น้อยใหญ่ในป่าตัวอื่นๆก็คงจะนึกสมน้ำหน้า
มันด้วย
3. จริงๆแล้วเต่าตัวนี้มีเพื่อนสนิทเป็นเต่าอีกตัวที่คอยให้คำปรึกษาในทุกๆเรื่อง
4. เต่า2ตัว ช่วยกันคิดว่า ทำอย่างไรสัตว์ที่เชื่องช้า
อย่างเต่า จึงจะวิ่งชนะสัตว์ที่ว่องไวอย่างกระต่ายได้
5. เต่า2ตัวลงมติ เห็นตรงกันว่า
ขาสั้นๆของพวกมัน คืออุปสรรคในครั้งนี้
6. จริงๆแล้ว ในนิทานมีผู้เฒ่าเต่าด้วยอีกตัว
7. ผู้เฒ่าเต่าผู้มากประสบการณ์ที่บังเอิญผ่านมาพอดีแนะแนวทางว่า
ขาสั้นๆนั้น คงจะชนะได้ยากในการวิ่งระยะสั้นๆ
แต่ ขายาวๆก็ใช่ว่าจะชนะในการวิ่งระยะยาวเสมอไป
8. เต่า2ตัวงงในตอนแรก แต่เข้าใจความหมาย
หลังจากนั้น
9. เต่า2ตัวแยกย้ายกันไปปฏิบัติภาระกิจ
10. ตัวหนึ่งไปฝึกคลานให้เร็วขึ้น
อีกตัวหนึ่งไปพบสุนัขจิ้งจอกกรรมการตัดสิน
11. เต่าบอกสุนัขจิ้งจอกว่า
เพื่อนเต่าของมันลืมบอกในรายละเอียดว่า
ท้ากระต่ายแข่งในรายการ วิ่งมาราธอนเท่านั้น
12.สุนัขจิ้งจอกตอบตกลง เพราะวิ่งก็คือวิ่ง
จะสั้นหรือยาว ผลที่ได้ก็เหมือนเดิม คือ
ใครถึงเส้นชัยก่อน คือผู้ชนะ
13.ในวันแข่ง กระต่ายยังคงโอ้อวด ลำพองเหมือนเดิม และคิดเหมือนกรรมการ วิ่งก็คือวิ่ง
จะสั้นหรือยาว ใครถึงเส้นชัยก่อนคือผู้ชนะ
และแน่นอนที่สุด คนที่วิ่งเร็วกว่าย่อมถึงเส้นชัยก่อน
14. กระต่ายไม่ได้โวยวายเมื่อรู้ว่าต้องวิ่งมาราธอน
15. กระต่ายคิดว่า อย่างไรเสีย ตนก็ต้องเป็นผู้ชนะ
16. การวิ่งแข่งมาราธอนคือปรากฏการณ์ใหม่ในป่า
สัตว์น้อยใหญ่ต่างมาชุมนุมอย่างเนืองแน่นโดยไม่ห่วงชีวิต
(ต้องยืนเชียร์ร่วมกับเสือและสิงโต)
17. เมื่อเสียงปืนในมือสุนัขจิ้งจอกดังขึ้น
กระต่ายก็พุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างสุดแรง
18. เต่าเริ่มออกคลานด้วยขาสั้นๆของมัน
19. ความเร็วของกระต่ายสร้างความพอใจให้กับกองเชียร์ มันได้รับเสียงปรบมือสนั่นป่า
20. เต่ายังคงคลานต้วมเตี้ยมอย่างสม่ำเสมอ
21. วิ่งไปสักพัก กระต่ายเรื่มเบื่อ
มองไปข้างหลังไม่เห็นเต่า ไม่มีใครให้มันเปรียบเทียบ หรือโอ้อวด
มองไปข้างหน้าก็ยังไม่เห็นวี่แววว่าจะถึงเส้นชัย
ระหว่างทางไม่มีกองเชียร์คอยตบมือเหมือนตอนออกตัว
22. มันเริ่มเบื่อ ที่สำคัญ มันเริ่มเหนื่อย
24. กระต่ายหยุดพักใต้ต้นไม้
25. เรื่องจริงมีอยู่ว่า กระต่ายนั่งพักใต้ต้นไม้เพราะเหนื่อย
26. จริงๆแล้ว มันไม่เคยวิ่งไกลๆขนาดนี้
ที่ผ่านมามันเคยแข่งในรายการ 100 เมตร หรือ200 เมตรเท่านั้น
27. ใต้ต้นไม้ ร่มรื่น มองไปข้างหน้าคือแสงแดดจ้า
ลมอ่อนๆเริ่มโชยมา มันนึกถึงเต่า ป่านนี้จะคลานไปถึงไหนแล้ว นึกถึงขาสั้นๆของเต่าแล้ว
กระต่ายก็หัวเราะออกมา
28. กระต่ายรู้สึกหายเหนื่อยและผ่อนคลายขึ้น
29. กระต่ายสบายใจกับลมเย็นๆที่พัดโชยมา
เรื่อยๆไม่ขาด
30. กระต่ายเอนหลังพิงต้นไม้
31.กระต่าย”เผลอ”หลับไป
32. หลับไปนานแค่ไหนแล้วไม่รู้
รู้แต่ว่า นานมากจนเต่าคลานมาถึงใต้ต้นไม้นั่น
33. เต่าเห็นกระต่ายหลับ
34. เต่าไม่ปลุก
35. เต่าเร่งฝีเท้า คลานเร็วขึ้นในช่วงนี้
36. จริงๆแล้วมันไม่ได้เร็วขึ้นเท่าไหร่เลย
แต่ความสม่ำเสมอของฝีเท้านั้นต่างหาก
ที่ทำให้มันทิ้งห่างกระต่ายที่กำลังหลับอยู่
37. ตอนที่เห็นเส้นชัยอยู่ลิบๆตรงหน้า
เต่ารู้สึกผิดนิดๆ ที่ไม่ได้ปลุกกระต่าย
แต่มันก็มาไกลเกินกว่าจะคลานกลับไปปลุก
38. จริงๆแล้วมีผู้เฒ่าเต่ากับเพื่อนเต่ามารอเชียร์ที่เส้นชัย แต่ตัวละครสองตัวนี้ หายไประหว่างที่เล่า
ต่อๆกันไปมาหลายศตวรรษ
39. เต่าเข้าเส้นชัย ด้วยความเร็วที่ช้าเหมือนตอนออกวิ่ง
40. กระต่ายตกใจตื่นเพราะลูกมะพร้าวตกลงมาจากต้น
41. รายละเอียดที่ทำให้กระต่ายตกใจตื่นถูกตัดทิ้ง
ระหว่างเล่าต่อๆกันมา คาดว่าคงมีนักเล่าสักคนกลัวว่าคนจะสับสนกับนิทานเรื่อง กระต่ายตื่นตูม
42. กระต่ายตกใจที่เห็นว่ารอบๆตัวเริ่มมืดหมดแล้ว
43. จริงๆแล้ว กระต่ายเริ่มรู้ตัวแล้วในตอนนี้ว่า
มันคงจะแพ้แน่ๆแล้ว
44. มันวิ่งอย่างบ้าคลั่งด้วยความเร็วสูงสุดไปที่เส้นชัย
45. ไม่มีใครอยู่ที่นั่น
46. กระต่ายแพ้การแข่งขัน และ เหนื่อยมาก
47. กระต่ายเป็นตำนานของนักวิ่งลมกรดที่พ่ายแพ้เพราะประมาทคู่ต่อสู้
48. เต่ากลายเป็นตำนานของ นักวิ่งขาสั้นที่มีความพยายาม และเป็นตัวอย่างให้กับเต่ารุ่นหลังๆ เรื่องการเรียนรู้และประเมินคู่แข่งก่อนลงแข่งในสนามจริง

.
.
.
.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s