เขา กับรถมินิของเขา

ไม่ได้เขียนบล็อกหลายวัน
ระหว่างนั้น เกิดเรื่องราวและข่าวคราว
ขึ้นมากมายในบ้านเรา

หนึ่งในนั้น คือเรื่องที่สังคมกำลังจับตามอง
เรื่องของพิธีกรหนุ่มกับรถมินิของเขา
ตอนที่ได้ดูคลิป ความรู้สึกคือความรู้สึกเดียว
กันกับทุกคนที่ได้เห็นคลิปนั้น

ในเวลาต่อมา เขากลายเป็นบุคคลที่โด่งดัง
ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในช่วงสองวันที่ผ่านมา
ผู้เขียนยอมรับว่า ก่อนหน้านี้ไม่เคยรู้จัก
หรือ เคยเห็นเขามาก่อน และค่อนข้างมั่นใจว่า
ยังมีผู้คนอีกเป็นจำนวนมาก ที่ไม่เคยรู้จัก
หรือเคยเห็นผลงานด้านความบันเทิงของเขาเลย
เช่นกัน

สิ่งที่อยู่ในคลิป คือสิ่งที่กระทบความรู้สึก
สร้างความตกตะลึง เกลียดชัง โกรธแค้น
ให้กับคนในสังคม
หลังจากนั้น กระแสความโกรธแค้นและชิงชังเพิ่มมากขึ้นหลังจากที่เจ้าตัวออกมาอธิบายเรื่องราว
ทั้งหมดพร้อมทนายความ

ในโลกโซเขียล เกิดคลิปล้อเลียน เสียดสี
เกิดวลีดัง ที่ไม่ต้องเอ่ยถึงในที่นี้ ก็คงพอทราบ
ว่าวลีดังกล่าวคืออะไร

ก่อนที่จะถูกลงโทษทางกฎหมาย
เขาได้ถูกสังคมลงโทษ
ด้วยการถูกประนามอย่างหนักในโลกโซเชียล
จาก ประชาชนทั่วไป รวมถึง
พิธีกร นักแสดง นักร้อง และคนมีชื่อเสียง

และ ในโลกที่เขาอยู่
เขาถูกยกเลิกสัญญา
ถูกทวงคืนรางวัลของการเป็นคนดี และ
กิจการร้านอาหารที่เขามีหุ้น
ก็ได้รับผลกระทบอย่างมาก

ระหว่างนี้ แม้เขาจะยังไม่ได้ออกมาเคลื่อนไหว
ใดๆ  ก็เริ่มมีคนรู้สึกสงสาร เห็นใจ
เพราะรู้สึกว่า เขาได้รับบทเรียนจากการกระทำ
ของเขามากพอแล้ว

เมื่อคืนนี้ เขาได้เดินทางมารับข้อหา
เพิ่มที่โรงพัก เขาพนมมือและขอโทษในสิ่งที่ทำ
คนในสังคมบางส่วนเริ่มคลายความ
โกรธ เห็นใจ และ มองว่า
เขาได้รับบทเรียนจากสังคมมากพอสมควรแล้ว
มากจนแทบไม่มีที่ให้ยืน จากนี้ไป
ในฐานะคนไทยด้วยกัน เราควรให้อภัยเขา
และควรปล่อยให้เป็นเรื่องของกฎหมาย

ในขณะที่คนบางส่วนมองว่า
นี่คือสิ่งที่ต้องจับตามองต่อไป
อยากให้เขาสำนึกในสิ่งที่ทำจริงๆ
เพราะสิ่งนั้น กระทบอารมณ์ของคนจำนวนมาก
เขาใช้ความรุนแรง วางตัวเหนือกฎหมาย
ที่สำคัญ เขาเหยียดหยามศักดิ์ศรี
ของความเป็นมนุษย์

ความรู้สึกที่เกิดขึ้นตลอดเวลาที่ได้ติดตาม
อ่านข่าวคราวในครั้งนี้ คือ
การวนมาอีกครั้ง ของ 3 อานุภาพ

อานุภาพของข้อมูลข่าวสารในปัจจุบัน
อานุภาพของเทคโนโลยีสมัยใหม่ และ
อานุภาพของเสียงสะท้อนจากสังคม

ข่าวนี้คืออีกหนึ่งในข่าว
ที่ได้รับความสนใจจากคนในสังคม

นักข่าว มีข่าวให้ทำ ติดตาม ขยายผล
ต่อเนื่องจากข่าวเดิม
จากตัวเขา ไปยังคนใกล้ชิด เชื่อมไปยังเรื่องอื่น
นี่คือเรื่องปกติสามัญของการทำข่าว
นี่คือความปกติ และ วิถีของเรื่องที่กำลังเป็นข่าว

เรื่องที่เกิดขึ้น คงจะไม่ได้รับการบอกเล่า
และรับรู้ในวงกว้าง ถ้าบังเอิญ
เราไม่ได้ในอยู่ในยุคที่
ใครๆก็มีสมาร์ทโฟนที่มีกล้องบันทึกภาพ
ทั้งภาพนิ่ง และ ภาพเคลื่อนไหว

และ ท้ายสุด เสียงจากสังคม
สิ่งที่เกิดขึ้น ได้รับการพิจารณาในเบื้องต้น
จากผู้ที่ได้เห็นได้ดู และแสดงความคิดเห็น
ที่มีต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้น

ทั้งสามอานุภาพนี้
คือสามสิ่งที่เกิดขึ้น
ในระยะเวลาที่ใกล้เคียงกัน
คลิป ข่าว และ กระแสสังคม
เมื่อถึงจุดหนึ่ง
ข่าวนี้จะซาหาย ข่าวใหม่จะแทนที่
เป็นแบบนี้เรื่อยมา

เมื่อเกิดข่าวนี้
จึงมีบางคนนึกถึง และถามถึงความคืบหน้า
ของอีกคดีที่เกิดขึ้น
คดีของดีเจที่เขาตั้งใจชนรถยนต์ของคู่กรณี
เป็นโชคของคู่กรณีที่มีคนถ่ายคลิปไว้ได้พอดี
น่าเสียดาย ที่ไม่มีใครตอบได้ หรือสนใจที่จะตอบว่า
คดีนั้นคืบหน้าไปเพียงใด
ทั้งๆที่ครั้งหนึ่ง คดีนั้นก็เคยได้รับความสนใจ
ไม่แพ้คดีนี้

อีกไม่กี่วัน
3 อานุภาพที่เกิดกับเขาคนนี้
จะเวียนผ่านไป เหมือนเขาคนนั้น
เมื่อถึงเวลา คนในสังคมจะส่งไม้ต่อ
ให้เป็นหน้าที่ของกฎหมาย
ว่ากันด้วยเรื่องสังคมเสร็จ
ก็ว่ากันต่อด้วยเรื่องของกฎหมาย
ในยุคนี้ การตัดสินการกระทำของคนๆหนึ่ง
ที่อยู่ในข่าว จึงซับซ้อนมากกว่าที่ผ่านมา

บางครั้ง ผู้กระทำอาจได้รับโทษเพียงบางเบา
ทางกฎหมาย แต่บทลงโทษจากสังคมนั้น
คือสิ่งที่เขาต้องจดจำไปตลอดชีวิต

เรา ที่อาจจะอยู่ในฐานะ
หนึ่งในผู้พิพากษาคดีทางสังคม
ลองนึกถึงบทบาทของเราในจุดนี้
ถ้าเราลงโทษ เพื่อต้องการให้เขาสำนึก
จดจำ ไม่ทำอีก และไม่ต้องการให้คนที่ได้เห็น
นำไปเป็นเยี่ยงอย่าง
บทลงโทษทางสังคม ที่เขาได้รับนั้น
เพียงพอต่อสิ่งที่เขาทำแล้วหรือยัง

ที่สำคัญที่สุด ตัวเขาผู้กระทำ
รับรู้ จดจำ และ สำนึกแล้วหรือยัง
ว่าเหตุใด คนจำนวนมาก จึงรับไม่ได้กับการกระทำที่รุนแรง และ หยามเหยียดความเป็น
มนุษย์ด้วยกันของเขาในครั้งนี้

จากนี้ ที่ยืนในสังคมของเขา
จะมีหรือไม่ ขึ้นอยู่กับบทลงโทษทางกฎหมาย
ที่เขาจะได้รับ ว่าเป็นไปตามความถูกต้อง
ยุติธรรมตามรูปคดีหรือไม่
และขึ้นอยู่กับเขาที่จะสำนึกและรับผิดชอบต่อการกระทำ
ของตนมากเพียงใด

ในฐานะผู้เสพข่าว
คงต้องยอมรับว่า
นี่คืออีกหนึ่งข่าว
ที่เมื่อถึงวาระก็คงต้องลงจากเวที
เพื่อสละพื้นที่ให้ข่าวหน้าใหม่ น้องใหม่

ในฐานะประชาชน
อยากเห็นการพิจารณาคดีในครั้งนี้
เป็นไปอย่างถูกต้อง ยุติธรรม
โดยให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย
ทั้งคู่กรณีของเขา และตัวเขา

แม้เมื่อถึงเวลา ข่าวนี้จะลาจาก
แต่สิ่งสำคัญที่เขาและผู้คนในสังคม
ได้เรียนรู้ และ จะจดจำได้ตลอดไป คือ

การยับยั้งชั่งใจและควบคุมอารมณ์นั้น
คือสิ่งที่สำคัญ ในการอยู่ร่วมกันในสังคม และ
คนทุกคนมีศักดิ์ศรีของความเป็นคนเท่าเทียมกัน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s