หมอดี คนดี

“ท่านเป็นผู้ปราศจากกิเลศ…
ไม่เคยเอ่ยปากขอความช่วยเหลือใดๆ
ไม่รู้ว่าชาตินี้จะได้เจอหมอ หรือ ใคร
ที่เหมือนอาจารย์หมอสภาได้อีก…”

ข้อความด้านบน
คือข้อความที่ลูกศิษย์ท่านหนึ่ง
ได้เขียนถึง รศ.นพ. สภา ลิมพาณิชย์การ
หรือ คุณหมอห้าบาท ที่ได้สิ้นใจอย่างสงบ
ที่โรงพยาบาลศิริราช เมื่อวันที่ 9 พ.ย 2559
เวลา 21.59 น. ด้วยวัย 82 ปี

ที่มาของชื่อ “คุณหมอห้าบาท”
มาจากการที่ รศ.นพ. สภา ลิมพาณิชย์การ
ได้เปิดคลินิกรักษาผู้ป่วย ด้วยโรคพื้นฐานทั่วไป
เช่น เป็นไข้ ปวดหัว ตัวร้อน
ที่ซอย ระนอง ย่านราชวัตร
โดยคิดค่ารักษาด้วยราคาแสนถูก 5 บาท
จนถึง สูงสุดเพียง 70 บาท

คลินิกของคุณหมอเปิดทำการตั้งแต่ปี 2507
ด้วยการชักชวนของเพื่อน
ต่อมาเพื่อนขอถอนตัว
คุณหมอจึงทำคลินิกต่อเพียงลำพัง
คลินิกห้าบาทหรือที่ติดป้ายไว้ว่า
“สำนักงานแพทย์” แห่งนี้ เป็นห้องแถวที่
คุณหมอขอเช่าจากเพื่อน
ห้องที่ทำจากไม้มีสภาพเก่าและทรุดโทรมมาก
น้ำตารื้นตอนที่เห็นภาพของ
“สำนักแพทย์”ผ่านจอโทรทัศน์
ตอนนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า
รถยนต์ที่คุณหมอใช้ คือรถโตโยต้า
ที่มีสภาพเก่าและทรุดโทรมมาก

คุณหมอเคยให้สัมภาษณ์ไว้ เมื่อหลายปีก่อนว่า
ที่คิดค่ารักษาถูก เพราะตอนเด็กๆ เวลาไม่สบาย
และคุณแม่พาไปรักษาที่โรงพยาบาล
คุณหมอซึ่งในขณะนั้นเป็นเด็กน้อยตัวเล็กๆ
คิดว่า “เราป่วยก็แย่แล้ว ยังต้องเสียเงินเยอะอีก
ดังนั้น อะไรที่คิดถูกได้ก็คิดถูก”

รายได้จากคลินิกเพียงน้อยนิด
ไม่เพียงพอสำหรับค่ายาที่จ่ายให้คนไข้
คุณหมอจึงต้องใช้เงินเกษียณ และ
รายได้ที่ได้จากการเป็นอาจารย์พิเศษ
ที่โรงเรียนเวชนิทัศน์ โรงพยาบาลศิริราช
มาช่วยในการจัดซื้อยาด้วย

การจากไปของคุณหมอ
เป็นความสูญเสียครั้งสำคัญอีกครั้งหนึ่ง
ของวงการแพทย์และของคนไทย
ที่ต้องสูญเสียคนดี มีคุณธรรม
ที่เสียสละและอุทิศกายและใจ
ทำประโยชน์เพื่อช่วยเหลือสังคม
ตลอดระยะเวลา 52 ปีที่ผ่านมา

เรื่องราวการอุทิศตนเพื่อรักษาผู้ป่วย
ของรศ.นพ.สภา ลิมพาณิชย์การ ทำให้นึกถึง
รายการโทรทัศน์รายการหนึ่งของญี่ปุ่น
ที่ติดตาม เจาะลึก และสัมภาษณ์
ชีวิตของแพทย์ชาวญี่ปุ่นท่านหนึ่ง
คุณหมอท่านนี้ มีชื่อว่า ฮัตโตริ ทาดาชิ

คุณหมอฮัตโตริ เป็นจักษุแพทย์ที่เก่ง
และมีชื่อเสียงมากในญี่ปุ่น
โรงพยาบาลที่เขาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ
อยู่นั้นหรูหรา และ มีค่ารักษา
ที่มีราคาแพงในระดับต้นๆของประเทศ

ในหนึ่งปี คุณหมอฮัตโตริจะทำงาน
รักษาคนไข้ที่ญี่ปุ่นเป็นเวลาหกเดือน
เพื่อสะสมทุนทรัพย์
อีกหกเดือน เขาและทีมงานจะเดินทางไปยัง
ประเทศ กัมพูชา ลาว และ พม่า
เพื่อรักษา ผ่าตัด ให้กับผู้ป่วยที่นั่น
โดยไม่คิดค่ารักษา

เครื่องมือเครื่องใช้ที่ใช้ในการรักษาหรือผ่าตัด
รวมถึงยาทุกอย่าง เขาจะนำไปจากประเทศญี่ปุ่น
ค่าเดินทาง ค่าที่พัก และค่าใช้จ่ายทุกอย่าง
เขารับผิดชอบเองทั้งหมด

เขาได้ให้สัมภาษณ์กับรายการโทรทัศน์
ถึงสาเหตุที่เดินทางออกนอกประเทศ
เพื่อช่วยเหลือคนยากไร้ว่า
เพราะ เขาอยากจะจดจำความรู้สึก
ตอนที่อยากเป็นหมอไว้ตลอดไป
และเขาอยากช่วยเหลือคนที่ต้องการ
ความช่วยเหลือตลอดไป

นอกจากเขาแล้ว รายการยังได้
ตามติดชีวิตของ คุณหมออิวาตะ มาซาฮิโระ
ทันตแพทย์ที่เข้าไปทำฟัน และช่วยเหลือ
ผู้ยากไร้ในประเทศกัมพูชาโดยไม่คิดค่ารักษา
เช่นกัน

เรื่องราวของคุณหมอทั้งสามท่าน
คือเรื่องราวที่ ไม่ว่าใครที่ได้ฟังหรือได้เห็น
ก็อดที่จะรู้สึกชื่นชมไม่ได้
สิ่งที่คุณหมอทั้งสามท่านทำเพื่อสังคมนั้น
คือสิ่งที่ทำให้คนรอบข้าง
และคนที่ได้รับรู้เรื่องราว
รู้สึก เคารพรัก และ ศรัทธา ในความ
เสียสละ 
สิ่งที่ทั้งสามท่านทำนั้น ทำให้นึกถึงคำปฏิญาณจริยธรรมแห่งวิชาชีพแพทย์
“ข้าฯจะไม่ยอมให้ ความแตกต่างทางศาสนา
เชื้อชาติ ชาติพันธุ์ และอุดมการณ์ทางการเมือง
หรือ ฐานะทางสังคม มาเป็นเครื่องกีดขวาง
หน้าที่ที่ข้าฯ พึงมีต่อผู้ป่วย…”
.
.
.
หลายเดือนก่อน มีธุระที่โรงพยาบาลรัฐบาล
ขนาดกลาง แถวปริมณฑลแห่งหนึ่ง
ในระหว่างที่ยืนเก้ๆกังๆกับคุณแม่
ก็บังเอิญมีนักศึกษาแพทย์ท่านหนึ่งกำลังเดิน
ตรงมา
ด้วยความที่มองแล้ว อายุราวๆ20ต้นๆ
ด้วยความที่คนไทยมักจะมองกันเหมือนญาติ
เรียกกันแบบนับญาติ แก่กว่าคือพี่ อ่อนกว่าคือน้อง
หรือถ้าดูแล้ว อายุมากกว่ากันมาก
ก็อาจจะ ลุง ป้า น้า อา ตา ยาย

ด้วยความเคยชินกับการเรียกแบบนับญาติ
จึงถามนักศึกษาแพทย์ท่านนั้น
ว่า ” ขอโทษนะคะ น้องพอทราบมั้ยคะ
ว่า….ไปทางไหน”

เธอชักสีหน้า มองคนถามด้วยสายตาตำหนิ
“ชั้น ก็ไม่รู้จ้ะ ลองเดินไปถาม
ที่ประชาสัมพันธ์นะจ๊ะ”
พูดอย่างถือตัวเสร็จ
ก็ถือแก้วกาแฟเดินผ่านไป
ด้วยคอที่ตั้งตรง และหน้าที่เชิดสูงกว่าเดิม

เธอจะไม่พอใจเพราะถามผิดที่ผิดทาง
เพราะเธอคือแพทย์ ไม่ใช่ประชาสัมพันธ์
หรือ ตำหนิคนถามที่ไม่ศึกษา
แผนผังของโรงพยาบาล
มาให้ละเอียดถี่ถ้วนก่อนมา
หรือ เพราะคำว่าน้องที่อยู่ในคำถามนั้น
ก็เป็นเรื่องที่ยากเกินจะคาดเดา

คนอายุมากกว่าเรียกอีกคนว่าน้อง
ลงท้ายประโยคด้วยหางเสียงที่สุภาพ
และคนอายุน้อยกว่า
แสดงความไม่พอใจทันทีที่ได้ยินคำถาม
ชักสีหน้า มองด้วยสายตาตำหนิ
และเลือกที่จะตอบกลับ
มาด้วยการใช้คำแทนตัวว่า ชั้น และ จ้ะ
แสดงให้เห็นแล้ว ว่าบทสนทนานั้น ไม่ปกติ
.
.
.
มีคนจำนวนไม่น้อยที่เข้าใจว่า
ความเคารพ ยอมรับ และศรัทธา
มาจากสิ่งที่เป็น
มาจากหน้าที่การงาน อาชีพ
และฐานะทางสังคม

สมัยที่เรียน ในวิชาจิตวิทยา
อาจารย์ท่านหนึ่งเคยพูดถึงเรื่อง
จริยธรรมของแพทย์
ประโยคหนึ่ง ที่จำขึ้นใจ
แม้เวลาจะผ่านไปนานเพียงใดแล้วก็ตามคือ
“หมอที่ดี คือคนดี
คนดีเท่านั้น จึงจะเป็นหมอที่ดีได้”

เรื่องราวดีๆของคุณหมอทั้งสามท่าน
เรื่องราวที่ไม่เคยได้รับการบอกเล่า
ของคุณหมอท่านอื่นๆ
ทั้งในประเทศ และ ทั่วโลก
ที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจ
ในการรักษาผู้ป่วย
เรื่องราวของคนดีในสาขาวิชาชีพต่างๆ
คือตัวอย่างที่ดี  ที่ทำให้เห็นว่า
ความเคารพ ยกย่อง และศรัทธาที่ได้รับจาก
ผู้คนรอบข้าง ไม่ได้มาจากหน้าที่การงาน
ฐานะทางสังคมหรือสิ่งที่พวกเขาเป็น แต่มาจาก
สิ่งดีๆที่พวกเขาทำให้กับผู้คนรอบข้างและสังคม

รศ.นพ. สภา ลิมพาณิชย์การได้บริจาคร่างกายให้กับโรงพยาบาลศิริราช
คุณหมอได้บอกกับลูกศิษย์ของท่าน
ในช่วงสุดท้ายของชีวิตว่า
“ผมขออยู่จนในหลวงจากไป
ขอให้อยู่เห็นพระองค์ตลอดไปก็พอแล้ว…”

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s